วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2563

"ผบช.ภ.1- ดร.ชัยรัตน์"ร่วมงานเกษียณอายุราชการตำรวจสภ.เมืองปทุมธานี

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


"ผบช.ภ.1- ดร.ชัยรัตน์"ร่วมงานเกษียณอายุราชการตำรวจสภ.เมืองปทุมธานี




เมื่อ(24 ก.ย.63) เวลา 18.00 น.  

บรรยากาศงานเกษียณอายุราชการของ สภ.เมือง จ.ปทุมธานี

ที่ สนามกอล์ฟชวนชื่นฟลอร่าวิลล์ แอด์ คันทรีคลับ จังหวัดปทุมธานี

พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี ร่วมกับนายสัญญา จิวะจำเริญประธานกต.ตร. สภ.เมือง และคณะฯจัดงานเกษียณอายุราชการให้กับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย โดยมี พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1,ดร.ชัยรัตน์ จำนงค์การ ที่ปรึกษาภาค กต.ตร.1 และคณะผู้ประสานงาน  มาร่วมเป็นเกียรติในงาน  ทั้งนี้ ผบช.ภ.1 ได้มอบเงินเพื่อสร้างขวัญกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ที่เกษียณอายุฯ และขับร้องเพลงเพราะสร้างความสุขให้ ตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี เป็นอย่างมาก





ด่วนที่สุด! 'วัฒนา'รอดนอนคุก ยื่นปล่อยตัวชั่วคราว-ศาลตีราคาประกัน 10 ล้าน

 


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ด่วนที่สุด! 'วัฒนา'รอดนอนคุก ยื่นปล่อยตัวชั่วคราว-ศาลตีราคาประกัน 10 ล้าน


ที่ 24 กันยายน 2563  ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำพิพากษาคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ หมายเลขดำ อม.42/2561 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวัฒนา เมืองสุข อายุ 62 ปี อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และสมาชิกพรรคเพื่อไทย, นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตกรรมการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการปี 2548–2549, นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจก่อสร้างที่พักอาศัย, นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่, นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อายุ 56 ปี อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย และกลุ่มเอกชน รวม 14 ราย เป็นจำเลย

ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157, ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 91

คดีนี้เริ่มมีการพิจารณาไต่สวนพยานในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2562 เรื่อยมา จนเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2563 ขณะที่จำเลยที่ 6-7, 10-12 หลบหนีคดี ศาลได้ออกหมายจับไว้แล้ว

สำหรับรายชื่อจำเลยทั้ง 14 ราย ประกอบด้วย 1.นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พม., 2.นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตบอร์ด กคช. และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการระหว่างวันที่ 9 ก.ย. 2548 – 19 ก.ย. 2549, 3.นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีต ผอ.ฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจก่อสร้างที่พักอาศัย, 4.นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่, 5.น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง, 6.น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด, 7.น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ฯ

8.บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด โดยนายปกรณ์ อัศวีนารักษ์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน, 9.บริษัท ซิลเวอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท ไทย เฉน หยู อินเตอร์เนชั่นแนลคอนสตรัคชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด) โดยนางพิมพ์วรา รัชต์ธนโรจน์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน, 10.นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หรือกี้ร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย, 11.บริษัท พาสทิญ่าไทย จำกัด, 12.บริษัท นามแฟทท์ คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบกิจการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย, 13.บริษัท พรินซิพเทค ไทย จำกัด ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง และ 14.น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บริษัท ไทยเฉนหยูฯ

ล่าสุดเวลา 14.20 น. ศาลมีคำพิพากษา ตัดสินจำคุกนายวัฒนา ตามกฎหมายอาญา มาตรา 148 กระทงละ 9 ปี รวม 11 กระทง จำนวน 99 ปี แต่ให้จำคุกจริง 50 ปี ปรับ 1,323 ล้าน ชำระภายใน 30 วัน หากไม่ชำระยึดทรัพย์ ส่วนนายอริสมันต์ โดน 1 กระทง จำคุก 4 ปี แต่คดียังไม่ถึงที่สุด โดยคู่ความสามารถยื่นอุทธรณ์ได้อีกครั้ง ภายใน 30 วัน

เปิดวาร์ปภาพสาวล้างรถ น้องมิรา 700 ซีซี เจ้าของยอดวิว2ล้าน


 +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


เปิดวาร์ปภาพสาวล้างรถ น้องมิรา 700 ซีซี เจ้าของยอดวิว2ล้าน




เรียกได้ว่ากำลังเป็นคลิปล้างรถที่ถูกแชร์แถมยอดวิวพุ่งเอาๆ โดยสาวล้างรถคนนี้เธอมีชื่อว่า  น้องมิรา   เจ้าของหน้าอก 700 ซีซี เธอนั้นออกมาวาดลวดลายเผ็ดร้อน หลายคนสงสัยนี่ล้างรถหรือกำลังทำอะไร? อย่าเสียเวลามาชมภาพเธอกันดีกว่า





ผู้ใหญ่ บ้านป่าไร่ พรอมชาวบ้าน ยื่นหนังสือคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ขยะ rdf

+++++++++++++++++++++++++++++++++

ผู้ใหญ่ บ้านป่าไร่ พร้อมชาวบ้าน ยื่นหนังสือคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ขยะ rdf 





23/ 9 /2563 นายสมพรก่อเกิด ผู้ใหญ่บ้าน ป่าไร่หมู่ 2 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางไปที่ เทศบาลบ้านป่าไร่ เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ขยะ rdf ที่จะมา ก่อสร้าง และตั้งอยู่ บนพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมป่าไร่ ซึ่งผิดจากข้อตกลง กับชุมชนของตำบลป่าไร่ ซึ่งก่อนหน้านี้ก่อนที่จะ มาขอใช้พื้นที่ ทาง นิคมอุตสาหกรรม ซึ่งได้ตกลงกับชุมชนว่าการก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรม นี้ จะเป็นพื้นที่สีเขียว และไม่มีโรงงานที่มีปล่องควัน แต่ตอนนี้ทางนิคม กลับจะให้ก่อสร้างโรงไฟฟ้า ขยะ adf ซึ่งผิดจากข้อตกลงกับชุมชน ทางชุมชนป่าไร่ จึงออกมาคัดค้าน เพราะถ้าให้ก่อสร้าง โรงไฟฟ้า ขยะ ก็จะทำให้เกิดมลพิษ ทั้งทางน้ำและอากาศ ซึ่งเป็นภัยต่อชุมชน จึงได้รวมตัว ออกมาคัดค้านการก่อสร้างในครั้งนี้ และเมื่อเดินทาง มาถึงที่เทศบาล ตำบลป่าไร่ ได้มี นาง กรรณิการ์แซ่ลี้ รองปลัดเทศบาล ตำบลป่าไร่ ออกมารับหนังสือคัดค้าน จาก นายสมพร ก่อเกิด ผู้ใหญ่บ้าน ได้ถาม ว่า ทางเทศบาล ได้รับรู้ หรือไม่ว่า จะมีโรงไฟฟ้ามาก่อสร้าง ที่นิคมอุตสาหกรรมป่าไร่ ซึ่งได้รับคำตอบจากนางกรรณิกา ว่าไม่ทราบเรื่อง เพราะว่ายังไม่มีใคร มาแจ้ง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกต ว่าทางเทศบาลทำไมจึงไม่รับรู้ ทั้งที่เป็นเรื่อง ใหญ่โตพอสมควร ซึ่งผลกระทบจะเกิดขึ้นกับชุมชนและ ชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ ทั้งในชุมชนและรอบชุมชน ซึ่งชาวบ้านรับรู้หมดและได้ยื่นหนังสือคัดค้านเป็นจำนวน กว่าพันคน แต่ทำไมทางเทศบาล ถึงไม่รู้เรื่อง ทำอะไรกันอยู่ ไม่เคยรับรู้เรื่องเดือดร้อนของชุมชน แล้วอย่างนี้ ถ้าเกิด ไฟไหม้น้ำท่วม  ทางเทศบาล ต้องรอ ให้ชาวบ้าน มาแจ้งก่อนไหม ว่าเขาเดือดร้อนเพราะ ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม นายสมพร กล่าว และหลังจาก ยื่นหนังสือ ให้กับทางเทศบาลป่าไร่เรียบร้อยแล้วก็ได้เดินทางไปที่ ว่าการ อำเภออรัญประเทศ เพื่อยื่นหนังสือ คัดค้าน โรงไฟฟ้า ให้กับทางอำเภอ ได้มี นาย พงศ์พิเชษฐ์ พงษ์นาค ป.อาวุโส อำเภออรัญประเทศ ออกมารับหนังสือ จากนาย สมพร ก่อเกิด และรับปากว่า จะดูแล ในเรื่องของผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน และการขออนุญาต ว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าหากชาวบ้านออกมาคัดค้านอย่างนี้ การก่อสร้างโรงไฟฟ้าคงจะเป็นไปได้ยาก หลังจากยื่นหนังสือเรียบร้อยแล้วก็ได้เดินทางต่อไปที่ ศาลากลาง จังหวัดสระแก้ว เพื่อยื่นหนังสือต่อให้กับ ผู้ว่าราชการจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด กรมธนารักษ์ และศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดสระแก้ว ซึ่งได้มี ผอ. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผอ. ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดสระแก้ว ออกมารับหนังสือคัดค้าน และรับปากว่าจะตรวจสอบ การขออนุญาต การทำประชาพิจารณ์ และ ผลกระทบต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนของตำบลป่าไร่แต่ถ้าหากว่า มีผลกระทบ ตามที่ชาวบ้านร้องเรียนและคัดค้าน ทางอุตสาหกรรมจังหวัด ก็คงจะไม่อนุญาต แต่อย่างไรก็ตาม ก็จะขอตรวจสอบ การดำเนินงาน ขออนุญาต ก่อสร้าง และศึกษาผลกระทบให้ดีเสียก่อน ในระหว่างนี้ ก็จะร่วมกันศึกษาและหาทางแก้ไขต่อไป ซึ่งนายสมพร และชาวบ้าน ที่ได้เดินทางมายื่นหนังสือคัดค้าน ก็พอใจจึงได้เดินทางกลับ ในเวลา 15:00 น และผู้สื่อข่าว ได้สอบถาม นายสมพรว่าจะดำเนินการต่ออย่างไรได้รับคำตอบว่า หลังจากนี้จะเดินทาง ไปศึกษาดูโรงงาน ไฟฟ้าที่คล้ายกับโรงงานที่จะมาสร้าง ในพื้นที่ของตำบลป่าไร่ว่ามีผลกระทบ กับชุมชนและชาวบ้านเช่นไร จะได้ มาบอกกล่าว กับชาวบ้านให้รับรู้ถึงภัยอันตราย ซึ่งเกิดจากโรงไฟฟ้าประเภทนี้ให้ชุมชนได้รับทราบต่อไป *** 






/ข่าวภัยสยาม/ชัยธวัช พันทะคุ/ ผู้สื่อข่าว ภูมิภาค รายงาน

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2563

สืบหัวหมากรวบ 3 ผู้ต้องหาตระเวนลัก จยย.ฮอนด้าเวฟส่งพ่อค้าสุพรรณบุรี

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


สืบหัวหมากรวบ 3 ผู้ต้องหาตระเวนลัก จยย.ฮอนด้าเวฟส่งพ่อค้าสุพรรณบุรี



เที่ยงคืนวันที่ 23 ก.ย.พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สส.หัวหมาก พร้อมด้วย พ.ต.ท.เมธสิทธิ์ วชิราปัญญานนท์ รอง ผกก.สส.สน.หัวหมาก และ พ.ต.ต.อำนาจ วงศ์สมบัติ สว.สส.สน.หัวหมาก นำกำลังจับกุม นายปวันรัตน์ หรือวัน ตีบนอก อายุ 19 ปี นายกิตติพศ หรือเพชร สินโพธิ์ อายุ 21 ปี และ นายกฤษฎา หรือเจมส์ ดวงสาย อายุ 23 ปี พร้อมของกลางรถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟไอ สีขาวน้ำเงิน ทะเบียน 1 ขอ 547 กรุงเทพมหานคร เสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุ 3 ชุด และหมวกนิรภัย 3 ใบ โดยจับกุมตัวได้ที่หอพักทีวีแมนชั่น ถนนลาดพร้าว ซอย 87 แยก 3 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กทม.

 

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 01.38 น. วันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้ร่วมกันขับขี่และซ้อนท้าย รถ จยย.ของกลาง ซึ่งเป็นของ นายกฤษฎา ผู้ต้องหาที่ 3 ไปตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีน้ำเงินเทา ทะเบียน 1 ขว 3246 กรุงเทพมหานคร จากลานจอดรถบางกอกแมนชั่น ถนนรามคำแหง ซอย 24 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.จากนั้นได้นำรถของกลางที่ลักมาได้ ไปขายให้พ่อค้าชื่อ นายมี่ (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) ในราคาคันละ 7,000 บาท โดยนายมี่ จะขับรถกระบะจาก จ.สุพรรณบุรี มารับรถของกลางที่ปั๊มน้ำมันย่าน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ยอมรับว่า ในช่วงกลางดึก 1-2 เดือน ที่ผ่านมานี้ ร่วมกันตระเวนไปตามหอพักและแมนชั่นในท้องที่ สน.ลาดพร้าว สน.หัวหมาก และโรงพักข้างเคียง ก่อเหตุลักรถ จยย.ส่วนใหญ่เป็นรถฮอนด้า รุ่นเวฟ ส่งขายให้นายมี่ ได้เกือบ 20 คัน โดยนายมี่ จะให้ค่าแรงตามสภาพรถต่อคันราวๆ 5,000-8,000 บาท พอได้เงินมาก็จะนำมาแบ่งกันใช้จ่ายรายวัน จ่ายค่าห้องพัก และเลี้ยงสาวๆ โดยทั้ง 3 ราย ไม่เคยมีประวัติข้องเกี่ยวกับยาเสพติดแต่อย่างใด

 


เบื้องต้นชุดจับกุมจึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” แก่ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมากดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนนายมี่ ผู้รับซื้อรถของกลางอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายจับ สำหรับผู้เสียหายรายใดที่เคยถูกโจรกรรมรถ จยย.ไป โดยเฉพาะรถฮอนด้า รุ่นเวฟ สามารถประสานพนักงานสอบสวนท้องที่ที่เกิดเหตุที่ท่านแจ้งความได้ เพื่อนำหลักฐานมาทำการอายัดตัวแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับคนร้ายแก๊งนี้ต่อไป.

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2563

แน๊ต เกศริน ปล่อยภาพล้างรถอีกเซ็ต ลั่นรอบนี้สยิวเบาๆ

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


แน๊ต เกศริน ปล่อยภาพล้างรถอีกเซ็ต ลั่นรอบนี้สยิวเบาๆ



เรียกเสียงฮือฮาอีกรอบเมื่อ สาวแน๊ตเกศริน ออกมาโพสต์ภาพล้างรถแบบกรุบกริบก่อนที่เจ้าตัวโพสต์ภาพพร้อมระบุว่า เต็มที่กับงานที่ทำที่รับมาสนุกกับมันเพราะมันคือสิ่งที่เรารัก#เงินค่าจ้างจะมากจะน้อยไม่สำคัญเท่ากับคุณได้ทำสิ่งนี้ด้วยใจหรือด้วยเงิน#งานล้างรถงานนี้ตั้งใจเบาสุดๆละค่ะจริงๆนะดูตาหนูซิ#งานล้างรถ










เปิดนาที มือปืนโหด บุกยิงพ่อค้าตลาดนัด ดับคาลานจอดรถ แฟนสาวโดนลูกหลง

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


เปิดนาที มือปืนโหด บุกยิงพ่อค้าตลาดนัด ดับคาลานจอดรถ แฟนสาวโดนลูกหลง

 


เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 21 ก.ย. พ.ต.ท พรนรินทร์ เปลื่องกระโทก สว ( สอบสวน) สภ. พระอินทร์ราชา ได้รับแจ้งเกิดเหตุมีผู้ใช้อาวุธปืนยิงกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ในลานจอดรถ ตลาดโรงเกลือ นวนคร หมู่ 6 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ เอนก พงษ์สวัสดิ์ ผกก.สภ.พระอินทร์ราชา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์

บริเวณลานจอดรถ พบศพ นายอิทธิโชค ปรางคลัง อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดชัยนาท สภาพ สวมใส่เสื้อ ยืดคอกลมกางเกงยีนส์ขายาว ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขนาด 9 มม ที่บริเวณกลางหลัง 3 นัด ท่อนแขนซ้าย 1 ที่บริเวณท้องอีก 1 นัด ใกล้กับร่างของผู้เสียชีวิต พบปลอกกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 6 ปลอก ตกกระจายเกลื่อน รถกระบะ 2 คันที่จอดอยู่ในลานจอดรถ ถูกระสุนปืนเสียหาย

สอบถาม น.ส.วราภรณ์ ทับบุรี อายุ 37 ปี พี่สาว ของผู้เสียชีวิต ทราบว่า น้องชายมีอาชีพเป็นพ่อค้าขายเสื้อผ้าอยู่ที่ตลาดแห่งนี้

กับภรรยาที่คบหาอยู่กินกันมา 1 ปี ปกติจะมาตั้งขายของในช่วงบ่ายถึงช่วงค่ำของทุกวัน คาดว่าน้องชายและภรรยากำลังจะเดินกลับไปที่รถเพื่อกลับบ้าน ส่วนสาเหตุนั้นตนไม่ทราบเพราะน้องชายไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง

สอบสวนพยานรายหนึ่ง ทราบว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุ พ่อค้าแม่ค้ากำลังเก็บของเก็บร้าน ได้ยินเสียปืนดังขึ้นหลายนัดจึงหันไปมองพบผู้เสียชีวิต ล้มลง จากนั้นเห็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้าพีซีเอ็กซ์ สีน้ำเงิน ผู้ขับขี่และซ้อนท้ายเป็นชาย วัยรุ่นสวมเสื้อสีดำ ขับขี่รถจักรยานยนต์ หลบหนีออกไปด้วยความเร็วมุ่งหน้าไปทางด้านหลังของตลาด

ก่อนเกิดเหตุมีพยานอีกรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า มีชายขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาสอบถามหา ผู้เสียชีวิตว่าขายของอยู่บริเวณตั้งแต่ช่วงบ่าย

สำหรับผู้เสียชีวิต ก่อนหน้านี้มีอาชีพ ซื้อขายรับเช่าพระเครื่อง เพิ่งจะคบหากับผู้บาดเจ็บ ได้ประมาณ 5-6 เดือน ซึ่งมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้า ที่ตลาดโรงเกลือ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าหลังจากที่ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บได้เก็บร้านขายเสื้อผ้าเสร็จแล้ว เดินเท้ามาที่จอดรถ ห่างจากจุดที่ขายของประมาณ 200 เมตร เพื่อขับรถไปขนของกลับที่พัก เมื่อมาถึงที่ลานจอดรถ คนร้ายน่าจะมาดักรอ แล้วลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

คาดว่าคนร้ายน่าจะมุ่งที่จะสังหาร นายอิทธิโชค มากกว่าส่วนตัวผู้บาดเจ็บถูกลูกหลวงเข้าที่บริเวณขา ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยน่าจะเกิดจากความแค้นส่วนตัว หรือขัดผลประโยชน์ และชู้สาว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนผู้บาดเจ็บอย่างละเอียดอีกครั้ง และติดตามหาพยานที่เห็นเหตุการณ์ พร้อมทั้งตรวจสอบ ภาพจากกล้องสงจรปิดตามจุดต่างๆของตลาดเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

 

ขอบคุณข้อมูล -Khaosod