วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2563

 

ทีมข่าว 191 ผอ. จิ๋ว

กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(191)

“ ตํารวจ 191 ทลายเครือข่ายยาเสพติดจังหวัดนนทบุรี”


ตามนโยบายของรัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมเกี่ยวกับการฉ้อโกง หลอกลวง มีผลกระทบต่อความสุขของพี่น้อประชาชนเป็นหนึ่งในปัญหาของชาติที่สําคัญต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนและจริงจัง จึงมอบนโยบายให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติโดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เร่งรัดขับเคลื่อนการปราบปรามอย่างจริงจังโดยบูรณาการกําลังทุกฝ่ายพร้อมกับหน่วยงานในทุกกองบัญชาการโดยในส่วนของกองบัญชาการตํารวจนครบาล ภายใต้การอํานวยการของพล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น, พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน และพล.ต.ต.สําราญ นวลมา รอง ผบช.น.กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตํารวจนครบาลโดยพล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.สปพ.,พ.ต.อ.ประสงค์อานมณี, พ.ต.อ.ภานพ วรธนัชชากุล, พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิต, พ.ต.อ.วรวิทย์ ญาณจินดา รอง ผบก.สปพ.,พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ผกก.สายตรวจ ,พ.ต.ท.อัครพล โทยะ, พ.ต.ท.วสันต์ธวัชชัยวิรุตษ์,พ.ต.ท.สุทธิเดช โอฬาริ,พ.ต.ท.คศักดิ์ศรีโหร รอง ผกก.สายตรวจ และ พ.ต.ท.อัษฎาวุธขวัญเมือง สว.งานสายตรวจ 3 กองกํากับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตํารวจงานสายตรวจ 3 กองกํากับการสายตรวจทําการสืบสวนติดตามจับกุม ผู้กระทําผิดเกี่ยวกับยาเสพติดผลการปฏิบัติดังนี้





ร่วมกันจับกุม

1. นายชาญวิทย์ หรือปู(ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี (ผู้ต้องหาตามหมายจับ

ศาลจังหวัดราชบุรีที่ จ 155/2563) ผูถูกจับที่ ๑

2. นายสุคนธหรืออารท (ขอสงวนนามสกุล) อายุ36 ปีผู้ถูกจับที่ 2

3. นางสาวเปรมฤดีหรือมิน (ขอสงวนนามสกุล)อายุ19 ปีผู้ถูกจับกุมที่ 3

พร้อมด้วยของกลาง

1.ไอซ์ น้ําหนักประมาณ 1098.9 กรัม

2.ยาบ้า จํานวน 10,000 เม็ด

3.อาวุธปืน ยี่ห้อ cz รุ้น 75d คอมแพค ขนาด 9 มม. จํานวน 1 กระบอก

4.อาวุธปืน ยี่ห้อ beretta ขนาด .22 จํานวน 1 กระบอก

5.อาวุธปืนลูกซอง จํานวน 2 กระบอก

6.อาวุธปืนยาวขนาด .22 จํานวน 1 กระบอก

7.เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จํานวน 13 นัด

8.เครื่องกระสุนปืนขนาด .22 จํานวน 43 นัด

9.เครื่องกระสุนปืนลูกซอง จํานวน 12 นัด

10.โทรศัพท์มือถือ จํานวน 8 เครื่อง

รายการตรวจยึด พ.ร.บ.ยาเสพติด

1.รถยนต์ จํานวน 5 คัน

6.รถจักรยานยนต์ จํานวน 2 คัน

สถานที่เกิดเหตุ/จับกุม บริเวณภายในบ้านเลขที่ 66/183 ม.12 ตําบลบางแม่นางอําเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า,ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจําหน่ายและมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยผิดกฎหมาย”ผู้ถูกจับที่ ๑“ร่วมกันมียาเสพติดประเภท1 (ไอซ์)ไว้ในครอบครองเพื่อจําหน่ายโดยผิดกฎหมาย” ผู้ถูกจับที่ 2 และ 3 พฤติการณ์การจับกุม เจ้าหน้าที่ตํารวจงานสายตรวจ 3 กก.สายตรวจ บก.สปพ.สืบสวน ทราบว่า มีกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ลักลอบจํหน่ายยาเสพติดในพื้นที่จึงเฝ้าติดตามจนแน่ชัดแล้วทําการขอหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 683/2563 ลงวันที่30 กันยายน 2563 เพื่อเข้าตรวจค้น เวลาประมาณ 17.00น. ได้เข้าทําการตรวจค้นบริเวณภายในบ้านเลขที่ 66/183 ม.12 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พบนายชาญวิทย์หรือปู(ขอสงวนนามสกุล) ผู้ถูกจับที่ ๑ และของกลางเป็นยาบ้า จํานวน

10,000 เม็ด ไอซ์ น้ําหนัก ประมาณ 98.9 กรัม, อาวุธปืนพกสั้น จํานวน 2 กระบอกและอาวุธปืนยาว จํานวน 3 กระบอก พร้อมกันนี้ได้ตรวจยึดรถยนต์ จํานวน 4 คัน และรถจักรยานยนต์ จํานวน 2 คัน ต่อมาได้ทําการสืบสวนขยายผลจนสามารถจับกุมตัวนายสุคนธ์หรืออาร์ท (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ถูกจับที่ 2และนางสาวเปรมฤดีหรือมินผู้ถูกจับที่ 3 (ขอสงวนนามสกุล) พร้อมของกลางเป็นไอซ์น้ำหนัก 1 กิโลกรัม และตรวจยึดรถยนต์จํานวน 1 คัน จึงได้จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมด้วยของกลาง นําส่งสถานีตํารวจภูธรบางใหญ่ เพื่อดําเนินการตามกฎหมายต่อไป





ที่มา : กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(191)

 

สุดโค้ย !! นักมวยไทยหญิงที่ได้ชื่อว่าเซ็กซี่ที่สุด “ปุ้ยฝ้าย ช.เหล็กสยาม” ถ้าไม่ชกมวยนี่เป็นพริตตี้ได้เลยนะแม่คู๊น !! (คลิป)


 

ในวงการมวยไทยหลายคนก็คงจะพอรู้ว่าไม่ได้มีแต่การแข่งขันสำหรับผู้ชายเพียงอย่างเดียว ยังมีมวยไทยหญิงด้วยนะเออ และวันนี้ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่มาเป็นนักกี่ฬามวยไทยหญิง จะมีอยู่ 1 คนที่ต้องบอกว่าสวยหุ่นดีระดับนางแบบพริตตี้เลยก็ว่าได้ เขามีชื่อว่าน้อง  “ปุ้ยฝ้าย ช.เหล็กสยาม”  ที่ไม่ได้มาเดินอวดหุ่นอวดหน้าสวย ๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีฝีไม้ลายมือมวยไทย ที่ไม่ได้แพ้ใครเลยเหมือนกันนะค่ะ วันนี้เราเอารูปของเธอมาฝากกัน คาดว่าน่าจะเป็นนักมวยหญิงที่สวยเอ๊กที่สุดในประเทศแล้วตอนนี้ !!













ขอบคุณภาพจาก ปุ้ยฝ้าย

 ขอบคุณคลิปจาก youtube/ทีเคโอ มวยโลก


วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563

 

ตร.สะเทือน! ตำรวจ 848 นายตบเท้าลาออก ยศตั้งแต่ระดับ'พล.ต.ท.-นายดาบ


เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร.  ได้มีคำสั่ง ตร.ที่ 496/2563 ลง 29 กันยายน 2563 อนุญาตให้ข้าราชการตำรวจลาออกจากราชการตามโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 21 ปีงบประมาณ 2564

โดยคำสั่งระบุว่า ด้วยมีข้าราชการตำรวจ ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล ปรากฏตามบัญชีรายชื่อที่แนบท้ายคำสั่งนี้ได้ขอลาออกจากราชการตามโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 21 (งบประมาณ พ.ศ.2564) ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 72(2) มาตรา 74 และมาตรา 99 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ประกอบคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 411/2563 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2563 จึงอนุญาตให้ข้าราชการตำรวจดังกล่าวลาออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบบัญชีรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการตามโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 21 (งบประมาณ พ.ศ.2564) แนบท้ายคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 496/2563 ลงวันที่ 29 กันยายน 2563 มีจำนวนทั้งสิ้น 848 นายมีตั้งแต่ระดับ "ดาบตำรวจ (ด.ต.)" ไปจนถึงระดับพันตำรวจเอก (พ.ต.อ.) ระดับพลตำรวจตรี (พล.ต.ต.) 8 นาย และระดับพลตำรจโทอีก 1 นายคือ พล.ต.ท.ชนินทร์ ชะโยชัยยะ นายแพทย์ (สบ.8) รพ.ตำรวจ นอกจากนี้ยังมีพนักงานสอบสวนลาออกตามโครงการอีกกว่า 60 นาย โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้























ขอบคุณ ข้อมูลจาก  https://www.naewna.com/local/522048


 

ทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ภาคใต้ยกทีม 5 คน มีอดีตผู้ใหญ่บ้านหญิงใน จ.ตรัง เป็นเอเย่นต์ใหญ่ ยึดยาบ้าได้ 3 แสนเม็ดมูลค่า 10 ล้านบาท รับมาจากนายหัวหรือ”เมืองในหมอก”นักค้ายาข้ามชาติชายแดนภาคเหนือลำเลียงมากับรถบรรทุกปลายทาง จ.ยะลา 



     เมื่อเวลา 09.00น.วันนี้ ( 1 ต.ค.63 )ที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ต.ต.อาซาน จันทร์ศิริ  ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา และแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ในภาคใต้เชื่อมโยง 4 จังหวัดทั้งสตูล  ตรัง สงขลา และยะลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค9 เจ้าหน้าที่ปราบปราม 5 ปปส.และ กอ.รมน.จังหวัดสงขลา จับกุมได้

 



     โดยยึดยาบ้าได้ 3 แสนเม็ดที่ขนมากับรถบรรทุกสิบล้อ  มูลค่า 10 ล้าน พร้อมผู้ต้องหายกแกงค์ รวม 5 คน มี น.ส.พิพรรษพร เทศนอก อายุ 40 ปี หรือ เจ้พริก  อดีตผู้ใหญ่บ้านใน ต.เกาะสุกร จ.ตรัง ซึ่งเป็นเอเย่นใหญ่และผู้สั่งการทั้งหมด




    ส่วนอีก 4 คนเป็นลูกน้องประกอบด้วย นายนเรศ บุญสุวรรณ อายุ 38 ปี นายชูเชิดชัย สังข์ทอง อายุ 53 ปี นายวิษณุ รามศรี อายุ 28 ปี และนายนิสมาน นิโซะ อายุ 37 ปี  และยึดรถบรรทุกสิบล้อที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดอีก 2 คัน




    สำหรับการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดแกงค์นี้เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนเส้นทางยาเสพติดพบว่ารับยาบ้ามาจากเอเย่นต์ค้ายาข้ามชาติทางชายแดนภาคเหนือฉายานายหัว หรือชื่อที่ใช้ติดต่อทางไลน์ว่า”เมืองในหมอก”

    ก่อนที่จะลำเลียงมากับรถบรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 80-1249 สตูล ปลายทาง จ.ยะลา  และเจ้าหน้าที่สกัดจับได้ในพื้นที่ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมี นายนเรศ บุญสุวรรณ เป็นคนขับและขยายผลจับกุมได้ยกแกงค์

     โดยเฉพาะ น.ส.พิพรรษพร หรือเจ้พริก ซึ่งเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านใน ต.เกาะสุกร ซึ่งเป็นเอเย่นต์ใหญ่ โดยพบว่าก่อนหน้านี้สามีเป็นเอเย่นต์ใหญ่แต่ได้ถูกจับกุมไปแล้ว และรับช่วงค้ายาเสพติดต่อจากสามี

     สำหรับการทำงานของเครือข่ายนี้ น.ส.พิพรรษพร ได้สั่งการให้ นายชูเชิดชัย ลำเลียงยาบ้าจำนวน 3 แสนเม็ดมาจากภาคเหนือ โดยมี นายนเรศ เป็นคนขับ และจะมี นายวิษณุ มารับช่วงต่อที่ อ.สะบ้าย้อย เพื่อนำไปส่งให้กับ นายนิสมาน ใน จ.ยะลา ก่อนกระจายส่งให้กับลูกค้ารายย่อย

 

 

 

 

สุดชุ่ย ทำถนนไม่ติดสัญญาณไฟเตือน สาวขับเก๋งตกตอม่อสะพานดับ


เมื่อเวลา 03.15 น. วันที่ 1 ต.ค. 2563 ร.ต.อ.มนตรี เอกศิริ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.ทุ่งเขาหลวง ได้รับแจ้งว่าเหตุรถยนต์เสียหลักพุ่งตกลงตอม่อสะพานที่กำลังก่อสร้าง บนถนนสายร้อยเอ็ด-เสลภูมิ บริเวณหน้าวัดโสภณวิหาร บ้านหวายหลึม ตำบลมะบ้า อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด และมีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถ จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพศิลานคร

 



 เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบริเวณตอม่ออยู่ในระหว่างการก่อสร้างสะพาน ขยายถนนเป็น 4 เลน เปิดให้สัญจรผ่านได้ 2 ช่องจราจร อีก 2 ช่องถูกปิดกั้นไว้ พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าซิตี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กว 8290 กทม หัวทิ่มลงไปในตอหม้อ ส่วนท้ายรถโผล่ให้เห็นเล็กน้อย มีผู้เสียชีวิตอยู่ตรงที่นั่งคนขับ 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ทัศพร (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ชาววังเข หมู่ 4 ตำบลเหล่าน้อย อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีบาดแผลฉีกขาดบริเวณหน้าผาก ขาซ้ายท่อนบนผิดรูป เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาทำการชันสูตรพลิกศพ ก่อนมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนา

 


จากการสอบถามชาวบ้าน เล่าว่า ช่วงเวลาดังกล่าวได้ยินเสียงคล้ายมีวัตถุตกกระทบอย่างแรง แต่ก็ไม่ได้มีใครออกมาดูเพราะยังมืดอยู่

 


กระทั่งมีผู้ที่ผ่านไปมาสังเกตเห็นว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ตรงจุดที่มีการก่อสร้างสะพานที่ยังไม่แล้วเสร็จ โดยก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ขับขี่รถคันดังกล่าวออกจากตัวเมืองร้อยเอ็ดมาตามลำพัง โดยถนนเป็น 4 เลนคู่ขนาน และให้เบี่ยงขวาไปร่วมกับอีก 2 เลนเดิม ซึ่งชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์กันว่า จุดที่มีการก่อสร้างเวลากลางคืนจะมืดมาก ไม่มีแสงไฟกระพริบเตือน ผู้รับเหมาวางแต่แท่นแบริเออร์และติดป้ายไว้ให้เห็นเฉพาะกลางวันเท่านั้น จึงน่าจะเป็นสาเหตุให้รถคันดังกล่าววิ่งเลยตกตอม่อจนเป็นเหตุทำให้เสียชีวิตดังกล่าว

 


นอกจากนี้ยังทราบว่าทางญาติผู้เสียชีวิตกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างว่ากระทำโดยประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้ผู้ใช้ทางประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตด้วย

 

ขอบคุณข้อมูล -คมชัดลึกออนไลน์

 

เพื่อไทย เทคะแนนเลือกคนเดิม ลอยลำนั่งหัวหน้าพรรค

 


1 ต.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 9.00 น. พรรคเพื่อไทยจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก แกนนำ สมาชิกพรรค ตัวแทนสาขาพรรค ต่างทยอยเดินทางเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง อาทิ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการหัวหน้าพรรค พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรค น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตเลขาธิการพรรค นายเสนาะ เทียนทอง ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายชัยเกษม นิติสิริ

 

นอกจากนี้ยังมีอดีตรัฐมนตรีที่เคยร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยและออกไปทำพรรคการเมืองอื่นมาร่วมประชุมด้วยเช่น นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน 

 

ต่อมาเวลา 10.00 น. เมื่อสมาชิกพรรคเข้าห้องประชุมชั้น 7 เรียบร้อยแล้วจากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึง ได้มีส.ส.บางส่วนปรบมือต้อนรับเพื่อให้กำลังใจ โดยคุณหญิงสุดารัตน์มีสีหน้ายิ้มแย้มเดินทักทายส.ส.ในห้องประชุม ตามมาด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าร่วมประชุมด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสทักทายสมาชิกด้วยความเป็นกันเอง

 

ต่อมาเวลา 11.30 น. ที่ประชุมพรรคเพื่อไทย มีมตืเลือกนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง ด้วยคะแนน  376 คะแนน